กระแส ลาบูบู้ เริ่มแผ่ว สัญญาณเตือนหรือแค่จุดเปลี่ยนของจักรวาล Pop Mart?

ในช่วงปีที่ผ่านมา หากพูดถึงปรากฏการณ์ที่เขย่าวงการของสะสมและ Art Toy คงไม่มีใครไม่รู้จัก Labubu (ลาบูบู้)เจ้าปีศาจฟันกระต่ายจากคอลเลกชัน The Monsters ที่สร้างกระแสฟีเวอร์จนราคาพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว แต่อย่างไรก็ตาม กฎเกณฑ์ของโลกธุรกิจไม่มีคำว่า พุ่งทะยาน ตลอดไป

กระแส ลาบูบู้ เริ่มแผ่ว เมื่อเข้าสู่ช่วงปี 2026 สัญญาณความร้อนแรง    bk8    ที่เคยเดือดพล่านเริ่มส่งสัญญาณ แผ่วลง  อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สั่นคลอนอาณาจักร Pop Mart ไม่น้อย

 

ทำไมกระแสถึงเริ่มลดความร้อนแรง?

มีปัจจัยหลักหลายประการที่ทำให้นักสะสมเริ่ม พัก จากการไล่ล่าลาบูบู้:

  1. จุดอิ่มตัวของตลาด : เมื่อสินค้าถูกผลิตออกมาในปริมาณมากและมีคอลเลกชันใหม่ถี่เกินไป ความ หายากที่เคยเป็นเสน่ห์หลักจึงลดน้อยลง
  2. พฤติกรรม Panic Buying ที่หายไป: ในช่วงพีค ผู้คนซื้อเพราะกลัวตกเทรนด์ แต่เมื่อกระแสโซเชียลเริ่มเปลี่ยนไปหาของสะสมแบรนด์ใหม่ๆ ความต้องการในตลาดรีเซลก็นิ่งขึ้น ส่งผลให้ราคาในตลาดมืดดิ่งลงสู่ความเป็นจริง
  3. ทางเลือกที่หลากหลายขึ้น: คู่แข่งทั้งรายใหญ่และศิลปินอิสระเริ่มผลิต Art Toy ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน ทำให้นักสะสมกระจายงบประมาณไปที่ค่ายอื่น เช่น 52Toys หรือ Finding Unicorn

 

แรงสั่นสะเทือนต่อธุรกิจ Pop Mart

การที่ลาบูบู้แผ่วลงไม่ใช่เพียงเรื่องของตุ๊กตาตัวหนึ่ง แต่มันสะท้อนถึง ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ของ Pop Mart ใน 3 มิติ:

–   การพึ่งพา IP (Intellectual Property) เดิมมากเกินไป: แม้ Pop Mart จะมี Molly, Dimoo หรือ Skullpanda แต่ความสำเร็จของลาบูบู้ในช่วงที่ผ่านมานั้นสูงมาก จนกลายเป็นรายได้หลัก เมื่อตัวชูโรงเริ่มนิ่ง รายได้รวมย่อมได้รับผลกระทบ

–   การบริหารสต็อกสินค้า: หากผลิตออกมาตามกระแสที่คาดการณ์ไว้สูงเกินไป แต่ความต้องการจริงกลับลดลง Pop Mart อาจต้องเผชิญกับปัญหา “สินค้าค้างสต็อก” ซึ่งส่งผลต่อกระแสเงินสด

–   ความเชื่อมั่นของนักลงทุน: ตลาดหุ้นมักตอบสนองต่อความสดใหม่ เมื่อสินค้าที่เป็น Flagship เริ่มเสียโมเมนตัม นักลงทุนย่อมตั้งคำถามถึง Next Big Thing ว่าจะมาทันเวลาหรือไม่

 

Pop Mart ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาเริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะนี้ โดยเปลี่ยนจากการขายแค่ โมเดล มาเป็นการสร้าง Ecosystem ที่ยั่งยืนกว่าเดิม:

–    Expansion to Lifestyle: เราเริ่มเห็นลาบูบู้ในรูปแบบพวงกุญแจ, เคสมือถือ, และสินค้าแฟชั่น เพื่อแทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวันมากกว่าแค่ตั้งโชว์บนหิ้ง

–    Themed Park & Experiences: การเปิดสวนสนุก Pop Land ในปักกิ่ง คือการสร้าง Storytelling ให้ตัวละครมีชีวิต เพื่อผูกมัดทางอารมณ์  กับลูกค้าในระยะยาว ไม่ใช่แค่ซื้อตามกระแส

–   Global Expansion: เมื่อตลาดจีนหรือไทยเริ่มอิ่มตัว Pop Mart เร่งขยายสาขาไปยังยุโรปและอเมริกาเพื่อหาฐานลูกค้าใหม่ที่กระแสเพิ่งเริ่มก่อตัว

 

กระแสลาบูบู้ที่แผ่วลงอาจไม่ใช่ จุดจบ แต่คือ การปรับฐาน ของธุรกิจ Art Toy จากความคลั่งไคล้ชั่วคราวสู่การเป็นงานอดิเรกที่ยั่งยืน สำหรับ Pop Mart นี่คือบททดสอบสำคัญว่าพวกเขาจะเป็นเพียง แฟชั่นที่ผ่านมาแล้วผ่านไป หรือจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็น Disney แห่งเอเชีย ที่มีตัวละครครองใจผู้คนได้ทุกยุคสมัย โดยไม่พึ่งพากระแสปั่นราคาเพียงอย่างเดียว